Copy
View this email in your browser
CowNews 31: จดหมายโคนม
ปีที่2 ฉบับที่ 31
วันที่ 15 มิถุนายน 2564

                  เยื่อใยที่กระตุ้นเคี้ยวเอื้องและการประเมินค่า: 1

     การให้อาหารโคนมผลผลิตสูงไม่ใช่ว่าจะให้กินอะไรก็ได้ การให้กินต้องไม่กระทบสมดุลกระเพาะอาหารโค ซึ่งมีปัจจัยมากระทบตั้งแต่สัดส่วนอาหารข้นอาหารหยาบ อายุการตัดพืช ปริมาณแป้งและน้ำตาล แต่ที่จะมีผลกระทบทันทีคือขนาดความยาวชิ้นอาหารหยาบ ตัวอย่างเช่น หญ้าหรือต้นข้าวโพดที่ตัดมา 1 กก. กับเมล็ดข้าวโพดบด 1 กก. เท่ากัน ด้วยความที่มีขนาดชิ้นยาวไม่เท่ากัน หญ้าชิ้นยาวจะกระตุ้นการเคี้ยวเอื้อง แต่เมล็ดข้าวโพดบดจะไม่กระตุ้นการเคี้ยวเอื้องเลยเพราะมีขนาดเล็กมาก หรือหญ้าแห้งที่ตัดมาชิ้นยาวจะกระตุ้นให้โคกินอาหารเคี้ยวเอื้องได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเอามาบดละเอียดแบบรำอ่อน หญ้าก็จะไม่มีความสามารถในการกระตุ้นการเคี้ยวเอื้องได้เช่นกัน
    การใช้เทคนิคใหม่คือ ค่าเยื่อใยที่กระตุ้นการเคี้ยวเอื้อง หรือ effective fiber  หรือค่า physically effective NDF (peNDF) ค่า NDF คือค่าเยื่อใยที่ไม่ละลายในสารละลายที่เป็นกลาง เป็นค่าเยื่อใยดีที่จะบ่งบอกความสามารถในการกินได้มากน้อยของโค ซึ่งหากเอามาคำนวณร่วมกับสัดส่วนความยาวชิ้นอาหารก็จะเรียกเป็น peNDF ในตอนแรก Dr.Mertens ได้ใช้ตะแกรงขนาด 1.18 มม. เพียงชั้นเดียวมากรองแยกอาหารทีเอ็มอาร์เพื่อประเมินในโคนมทั่วไป โดยแนะนำว่าอาหารทีเอ็มอาร์ควรมีค่ามากกว่า 22% โคจึงจะไม่มีปัญหาสุขภาพแต่อย่างใด ปัจจุบันพอโคให้น้ำนมมากขึ้น งานวิจัยระบุว่าควรใช้ตะแกรงขนาด 4.0 มม.จะได้ผลดีขึ้นกว่าเดิมและอาหารทีเอ็มอาร์ที่ใช้ตะแกรง 4.0 มม. ควรมีค่ามากกว่า 22% เช่นกัน
5 กลยุทธ์แก้ปัญหากีบเท้าอ่อน 2:
            ปัญหาที่เกิดมากในช่วงฤดูฝนคือโรคกีบเท้าอักเสบ จนเป็นสาเหตุหลักในการคัดทิ้ง โครีดนมจะมีกิจกรรมการเดินมากสุดความเสี่ยงจึงมากสุด ป้องกันปัญหานี้ใช้หลัก 5 ข้อ ดังนี้
       3. การปล่อยแปลง ในระบบการเลี้ยงโครีดน้ำนมในโรงเรือน ควรจัดให้มีโซนพื้นดินที่เป็นลานกว้างพอให้โคได้ออกมาเดินพักตากแดด จะช่วยให้กีบแข็งขึ้น อีกทั้งโคป่วยหรือมีปัญหากีบเท้าจะลุกยืนได้ง่ายกว่าบนพื้นดิน แต่หากฝนตกพื้นดินแฉะก็ไม่ควรปล่อยโคออกลานดินจะมีผลเสียมากกว่าทั้งกีบอ่อนและเต้านมอักเสบที่อาจเพิ่มขึ้น
      4. บ่อจุ่มกีบเท้า สร้างให้มีความลึกที่สามารถจุ่มเท้าโคได้ลึก 10 ซม. ใช้จุนสีหรือคอปเปอร์ซัลเฟตความเข้มข้น 2-5%  และเปลี่ยนน้ำยาทุก 200-400 ตัว ขึ้นกับความสะอาดของกีบเท้าโค หากมีการล้างกีบก่อนเข้าจุ่มจะทำให้ใช้น้ำยาได้มากตัว 
    5. การแต่งกีบเท้าโค การหมั่นแต่งกีบที่ถูกต้อง ช่วยให้โคยืนได้ดีและขาสามารถกระจายรับน้ำหนักตัวได้ดีกว่าโคที่ไม่ตกแต่งกีบเท้า แนะนำให้แต่งกีบเท้าโคปีละ 1-2 ครั้ง เริ่มทำครั้งแรกในวันพักรีดน้ำนมโคและซ้ำรอบสองที่ 150 วันหลังคลอด
 
แก้ปัญหาโรงรีดนมให้กระชับเวลา
            เคยมีปัญหากับทีมงานโรงรีดน้ำนมถึงการทำงานไม่ได้ตามกำหนดไหม?  แนวทางแก้ไขปัญหาสามารถตรวจสอบตามรายการต่อไปนี้ เพราะล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้การทำงานโรงรีดขาดประสิทธิภาพ
1.ใช้เวลานำโคเข้ารีดน้ำนมนานเกินไป
            โรงเรือนออกแบบไม่ได้มาตรฐาน บริเวณลานกักวัวกว้างยาวเกินจึงทำให้ไล่ต้อนได้ยาก การแบ่งกลุ่มเข้ารีดไม่ได้สัดส่วน คนต้อนวัวน้อยและไม่รีบส่งวัวในแต่ช่วงเข้าออกโรงรีด คนงานไม่เข้าใจพฤติกรรมวัว มีวัวดื้อในฝูงหลายตัวที่ควรคัดทิ้งไป มีวัวเจ็บขามาก การปล่อยเวลาให้โครอเข้ารีดนานมีผลทำให้น้ำนมลดได้มาก
2. ใช้เวลาทำความสะอาดหัวนมนานเกินไป
            เมื่อโรงพื้นเลี้ยงโคสกปรก ตัวโคจึงเปื้อนมาก  เต้านมสกปรกมากจึงทำให้คนทำงานได้ล่าช้า โรงเรือนควรแห้งสะอาด จัดการเอามูลออกให้บ่อย รวมทั้งหากซองรีดสั้นยาวไม่ได้ขนาดและโคขยับไปมาได้จะทำให้ทำงานได้ช้า  
3.ใช้เวลาสวมหัวรีดนมนาน
            คนรีดไม่ทำตามขั้นตอนรีดน้ำนม ใช้ความเคยชินและสะดวกตนเอง รวมทั้งคนรีดเดินสลับกันไปมาตลอดหลุมรีด  ไม่แบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน ทำงานไม่ตามลำดับ จึงทำให้ใช้เวลาในการสวมหัวรีดนานไป ชุดรีดนมไม่ได้มาตรฐานหัวใหญ่เล็กไม่ได้ขนาดกับโคในฟาร์มจึงทำให้ชุดรีดร่วงหลุดบ่อย มีโคดื้อที่ต้องมัดขาหลายตัว อาจพิจารณาคัดทิ้งไป     
4.ใช้เวลารีดนานเกินไป
            คนงานไม่อยู่ประจำตำแหน่ง หรืออาจมีงานหลายหน้าที่ทำให้ใช้เวลารีดนานกว่าปกติ  โคเริ่มรีดน้ำนมไม่พร้อมกันทุกตัวในแถว หรือมีการสวมหัวรีดนมซ้ำๆหลายรอบทำให้โคปล่อยน้ำนมไม่สม่ำเสมอ จึงรีดนานกว่าปกติ
5.ใช้เวลาอื่นนานไป
            มีงานอื่นรบกวนคนงาน คนรีดทำงานอื่นนอกเหนือหน้าที่  คนรีดกับคนไล่โคคนเดียวกัน หรือมีการรักษาโคในซองรีดไปด้วย 
            ดังนั้นการกระชับเวลารีดนมจะช่วยให้ทั้งรีดน้ำนมได้เร็วและได้น้ำนมปริมาณมากเพราะโคไม่เครียดจากการเสียเวลารอเข้ารีดนานเกินไป มีเวลากลับไปกินอาหารหลังรีดนมและได้นอนพักผ่อนมากขึ้น การปรับปรุงเวลาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพคนงาน สุขภาพและผลผลิตโคในอีกทางหนึ่ง
                        ข้อมูลโคคลอดใหม่ที่จำเป็นต้องมี: 2
         
   โคคลอดใหม่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำกำไรฟาร์ม ต้องเลี้ยงในคอกหรือโรงเรือนที่แห้งสะอาด มีการถ่ายเทของอากาศที่สะดวก ที่นอนแห้งไม่มีมูลโคปนเปื้อนบนที่นอน ข้อมูลแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือ ข้อมูลคะแนนร่างกายโค และแนวทางป้องกันการเกิดโรคเต้านมอักเสบและโรคเกี่ยวกับการกินอาหาร   ในเครื่องรีดนมสมัยใหม่จะมีค่าอุณหภูมิน้ำนมและค่าความต่างศักย์ (conductivity) ของน้ำนมที่รีดที่จะช่วยให้ทำนายการเจ็บป่วยของโคได้ง่าย แต่หากไม่มีให้ติดตามวัดอุณหภูมิร่างกายโคคลอดใหม่แทนได้
            ต่อมาข้อมูลที่ต้องนำมาประกอบการจัดการโคคลอดใหม่ช่วง 3 เดือนแรกเพิ่มเติมอีกคือ อุณหภูมิความชื้นในโรงเรือน ข้อมูลการกินอาหารรายวันรายตัว อากาศที่ร้อนชื้นจะทำให้โคกินอาหาลดลง เพราะการระบายความร้อนออกจากตัวทำได้น้อยและช้า ข้อมูลคะแนนการเดินและกีบเท้าจะช่วยให้จัดการแยกโคเดินลำบากออกมารักษาก่อนที่จะลามป่วยเป็นโรคอื่นตามมาอีก โคเดินไม่ได้จะสัมพันธ์กับการกินได้น้อย แข่งขันตัวอื่นไม่ได้ ขาดน้ำทำให้มีปัญหาสุขภาพในที่สุด การหาแนวทางนำข้อมูลมาช่วยตัดสินใจให้ไวขึ้น จะทำให้สามารถรักษาโคให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงให้ผลผลิตน้ำนม 
 
CowNews:อ่านข่าวโคนม เข้มด้วยสาระ กดสมัคร(Subscribe) รับข่าวฟรีก่อนใคร
https://mailchi.mp/72011a04d254/free-e-newsletter
CowTalk:ฟังเสียงโคนม ชัดเจนทุกที่ ฟังที่นี่ https://anchor.fm/virote-pattarajinda


สนใจโฆษณาติดต่อที่ Virotekku@gmail.com
หรือไลน์ QR 
เสนอแนะ/สอบถามที่ Email: virotekku@gmail.com
ข้อเขียนในจดหมายโคนมเป็นการนำเสนอข้อมูลที่อิสระ โปรดใช้ดุลพินิจในการรับข่าว

Free Issue






This email was sent to farminpleangoffice@gmail.com
why did I get this?    unsubscribe from this list    update subscription preferences
ศ.ดร.วิโรจน์ และ สพ.ญ.วิภาพร ภัทรจินดา · 75/100 · ซ.วีระวรรณ ถ.หน้าเมือง · เมือง, ขอนแก่น 40000 · Thailand