Copy
View this email in your browser
CowNews:อ่านข่าวโคนม เข้มด้วยสาระ กดสมัคร(Subscribe) รับข่าวฟรีก่อนใคร
https://mailchi.mp/72011a04d254/free-e-newsletter
CowTalk:ฟังเสียงโคนม ชัดเจนทุกที่ ฟังที่นี่ https://anchor.fm/virote-pattarajinda
CowNews: จดหมายโคนม
ฉบับที่ 7 
วันที่ 8 มิถุนายน 2563
เทคนิคผสมพันธุ์โคนมให้เร็ว
              ฟาร์มที่ไม่ประสบผลสำเร็จในการเลี้ยงโคนมมักมีปัญหาหนึ่งมาจากการมีโคท้องว่างผสมไม่ติด ทำให้ไม่มีโคทดแทนให้น้ำนม การแก้ไขปัญหาจึงต้องแก้ที่ต้นทางให้ถูกต้อง หากฟาร์มมีสัญญาณเกิดโรคกระเพาะพลิก แท้งลูก รกค้าง คีโตซีส คือข้อบ่งชี้ถึงปัญหาระยะยาวต่อสุขภาพและการผสมพันธุ์ต่อไป การจัดการโคก่อนและหลังคลอดใหม่จึงสำคัญมาก ให้ตรวจสอบได้ง่ายดังนี้ โคกินอาหารได้ขั้นต่ำ 12% สิ่งแห้ง มีรางอาหารกว้าง 60 ซม. มีร่มเงาหรือพื้นที่ 4.5 ตร.เมตรต่อตัว มีคอกพักเดี่ยวสะอาดสำหรับรอคลอด โคมีคะแนนร่างกายก่อนคลอด 3.5    ให้ความสำคัญเรื่องความสะอาด ลดความเครียดและกระตุ้นการกินอาหาร 
      ระบบจัดการฟาร์มเพื่อเพิ่มการผสมติดเริ่มที่ 1) เตรียมโคก่อนคลอดอย่างน้อย 21 วัน 2) ในช่วง 10 วันแรกหลังคลอด ให้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายโค การทำงานของกระเพาะหมัก วัดสารคีโตนในปัสสาวะ และสุขภาพทั่วไป 3) ในช่วง 60 วันแรกนี้ให้อาหารพลังงานสูงและแร่ธาตุที่จำเป็นเช่นซิงค์ แมงกานีส คอปเปอร์ โคบอล ซีลีเนี่ยม แคลเซี่ยม 4) ใช้โปรแกรมเหนี่ยวนำการเป็นสัด (Ovsynch) หรือโปรแกรมเหนี่ยวนำ PGF2
a  2 เข็ม จะช่วยให้การเป็นสัดชัดเจนและเพิ่มการผสมติดในครั้งแรกหลังโคคลอดลูกใหม่เพิ่มสูงกว่า 35% และยังช่วยจัดรอบการเป็นสัดรอบต่อไปให้ดียิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการผสมเทียมแบบปล่อยให้โคเป็นสัดตามธรรมชาติเองในครั้งแรกเพราะจะทำให้โอกาสโคตั้งท้องเนิ่นนานออกไป เพิ่มจำนวนโคว่างมากขึ้น
น้ำกระเพาะหมักแก้ปัญหาโคไม่กินอาหาร 
    โคสามารถใช้ประโยชน์จากอาหารหยาบเช่นหญ้าได้ เพราะมีตัวช่วยคือจุลินทรีย์ในกระเพาะหมักที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยขาดกันไม่ได้ หากขาดกันจะทำให้โคป่วยตายได้ การรักษาโคป่วยที่เกิดจากโรคทางระบบการย่อยอาหารผิดปกติด้วยยาบางทีก็ทำให้โครักษาหายได้ แต่ยาบางชนิดก็ฆ่าจุลินทรีย์ในกระเพาะหมักไปด้วย ลักษณะโคที่ป่วยในอาการที่ไม่กินอาหาร เจ็บกีบเท้า กระเพาะหมักเป็นกรด กระเพาะพลิก มักมีสาเหตุหลักมาจากสัดส่วนและจำนวนประชากรของจุลินทรีย์ในกระเพาะหมักโคเปลี่ยนแปลงไป ทำให้สมดุลกระเพาะหมักเปลี่ยนไปเป็นกรดจนทำให้จุลินทรีย์ที่เหลือไม่สามารถเจริญเติบโตขึ้นมาทดแทนได้ แนวทางการใช้น้ำหมักจากโคตัวอื่นมารักษาจึงนิยมมากขึ้น เพื่อคืนจุลินทรีย์กลับไปที่กระเพาะหมักโคป่วย การได้มาซึ่งน้ำหมัก ด้วยการใช้อุปกรณ์ดูดน้ำหมักซึ่งมีขายในต่างประเทศ แต่สามารถดัดแปลงใช้เครื่องดูดฝุ่นต่อสายยางเข้ากับถ้วยดักน้ำหมัก และต่อท่อสแตนเลสเพื่อดูดน้ำหมักทางช่องปากสู่กระเพาะของโคตัวให้ แล้วนำมากรองเอาเศษอาหารออกด้วยผ้าฝ้ายบาง จะได้น้ำหมักเหลวข้นสีเขียวเข้ม เวลาบรรจุใส่ขวดให้ใส่เต็มขวดและปิดฝาสนิทไม่ให้มีช่องอากาศ เก็บขวดน้ำหมักในถังโฟรมอุ่น 38-40 C รอนำไปใช้งานภายใน 1 วัน หรือเก็บแช่เย็นที่ 4 C ไว้ใช้ภายใน 1 สัปดาห์
Tip1: Foot Lamness โรคกีบอักเสบ เกิดจากกินอาหารที่มีสัดส่วนอาหารหยาบต่ำและติดเชื้อจากแบคทีเรียในสิ่งแวดล้อม ทำให้โคเดินเจ็บเท้า มีท่าเดินผิดปกติ การสร้างบ่อจุ่มกีบเท้า ในช่วงโคเดินกลับคอกหลังรีดน้ำนมจะเป็นการป้องกันที่ดีสุด บ่อควรลึก 6-8 นิ้ว มีระดับน้ำยาลึก 5 นิ้ว 
Tip2: Foot rot โรคกีบเน่าเกิดจากสภาพสิ่งแวดล้อมชื้นแฉะ มีโคลนตมและพื้นโรงเรือนหยาบ ฤดูฝนนี้ต้องจัดการปรับปรุงพื้นโรงเรือนให้เรียบไม่มีหินหรือกรวดระหว่างทางเดิน หรือปูพื้นยางตลอดทางเดินโคจะเป็นวิธีป้องกันปัญหาที่ดีสุด 
Start-up ฟาร์ม
      Start-up Farm ทิศทางฟาร์มใหม่อนาคตเราอาจไม่เห็นการทำฟาร์มที่ครบวงจรในฟา์มใดฟาร์มหนึ่ง แต่จะแบ่งแยกการทำฟาร์มตามความสามารถ ความชอบและความเหมาะสมของพื้นที่ Smart Farm โครีดนม จะเหมาะกับฟาร์มที่ใกล้แหล่งรับซื้อน้ำนม โดยสร้างทำฟาร์มเพื่อเลี้ยงโครีดน้ำนมอย่างเดียว สมมุติให้โครีดน้ำนมกินอาหารTMR 35 กก.ต่อตัว อาหารราคา 4.50 บาทต่อกก. ได้น้ำนมเฉลี่ย 14 กก.ต่อปี  หนึ่งปีทำเงิน 91,980บาท ค่าอาหาร 57,480 บาท เหลือเงินปีละ 34,490 บาทต่อตัวต่อปี (คิดค่าอาหารอย่างเดียว) Smart Farm โคสาว จะเป็นฟาร์มที่อยู่ไกลที่ส่งน้ำนม ลงทุนต่ำกว่าสามารถทำคู่กับการทำฟาร์มโคขุน เลี้ยงโค 1 ปีผสมพันธุ์ขาย โคกินอาหารTMR 18 กก. ค่าอาหาร 23,000 บาทต่อปี ขายโคสาวที่ตั้งท้องตัวละ 50,000 บาท กำไรขั้นต้น   27,000 บาทต่อตัวต่อปี (คิดค่าอาหารอย่างเดียว) การออกแบบโรงเรือน 1 โรงครบทุกอย่าง มีการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ทุ่นแรง ท่ามกลางโครงการแปลงใหญ่ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ อาจได้เห็นโครงการดีดี

เลี้ยงลูกโคด้วยน้ำนมเหลือง?
       ลูกโคเกิดใหม่ต้องอาศัยภูมิกันในน้ำนมเหลือง (Immunoglobulin, Ig) จากแม่โคกินเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากเชื้อโรค น้ำนมเหลืองจากแม่โคนางมีความเข้มข้นสูงและคุณภาพดีกว่าแม่โคสาว แต่ความเข้มข้นในโคแต่ละตัวแตกต่างกันได้มาจากมีระยะพักรีดต่างกัน มีคุณภาพอาหารที่ให้กินต่างกัน น้ำนมเหลืองที่รีดได้มื้อแรกจะมีระดับภูมิคุ้มกัน   0.02-0.1 กรัมต่อกรัมน้ำนม ลูกโคต้องการ Ig ขั้นต่ำ 200 กรัมต่อวัน จึงต้องป้อนน้ำนมเหลืองขั้นต่ำ 2.0-2.5 ลิตรต่อตัวต่อวัน แต่ข้อเท็จจริงต้องป้อนนมให้กินได้มากสุด กฏการให้น้ำนมลูกโคคือให้กินน้ำนมเร็วเท่าไรการดูดซึมเอาไปใช้ยิ่งสูงมาก ให้กินนมมื้อแรกภายใน 2 ชม. ให้ ขั้นต่ำ 5% ของน้ำหนักตัว และมื้อต่อไปภายใน 12 ชม.  การให้กินน้ำนมช้ากว่า 6 ชม.เพิ่มโอกาสลูกโคป่วยจากการติดเชื้อมากขึ้น
    ปัญหาเกิดในโคคลอดลูกตัวแรกจะมีมากกว่าที่คิด โคเหล่านี้ขาดประสบการณ์เลียกระตุ้นลูก ลูกโคลุกยืนช้าและขาดการกระตุ้นลูกเข้าดูดน้ำนมจากเต้า  รวมทั้งคุณภาพน้ำนมเหลืองต่ำ จึงทำให้เกิดการตายสูง น้ำนมเหลืองอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคสู่ลูกได้เช่นกันหากไม่ระวัง จึงควรตรวจน้ำนมก่อนว่าไม่ใช่น้ำนมเหลืองจากเต้าที่อักเสบและรีดน้ำนมด้วยขั้นตอนที่สะอาดถูกต้อง หากตรวจพบน้ำนมเหลืองไม่ได้คุณภาพให้ใช้น้ำนมเหลืองที่แช่แข็งไว้มาอุ่นให้ลูกโคกินทดแทนได้
เสนอแนะ/สอบถามที่ Line ID: Virote2 
Email: Virotekku@gmail.com

ข้อเขียนในจดหมายโคนมเป็นการนำเสนอข้อมูลที่อิสระ โปรดใช้ดุลพินิจในการรับข่าว
Copyright © 2020 ศ.ดร.วิโรจน์ และ สพ.ญ.วิภาพร ภัทรจินดา, All rights reserved.


Want to change how you receive these emails?
You can update your preferences or unsubscribe from this list.

Email Marketing Powered by Mailchimp